เนื้อผ้ายอดนิยม สำหรับทำเสื้อโปโล เสื้อยืดคอกลม และยูนิฟอร์มของ
Nevermissed

  • TK
    • ผ้า TK สำหรับนำไปผลิตเสื้อโปโล หรือ ผ้า Polyester 100% (ผ้าใยสังเคราะห์) เป็นเนื้อผ้าที่นิยมนำมาทำเป็นเสื้อโปโลเพื่อการสมนาคุณ หรือทำเป็นของชำรวยในเทศกาลต่างๆ เพราะเป็นเนื้อผ้าที่มีเนื้อสัมผัสที่ดี ใส่สบาย ราคาไม่แพงเกินไป
      โดยเฉพาะผ้า TK มีคุณสมบัติคือ ยืดหดตัวได้ดี มีความนิ่ม และ อยู่ทรง แต่เนื้อผ้าชนิดนี้จะไม่ค่อยซับเหงื่อ และการระบายอากาศจะทำได้ไม่ดีเท่าเนื้อผ้าราคาสูง
    • ผ้า TK 34 หน้าเรียบ สำหรับทำเสื้อยืด คือ เนื้อผ้าที่ทางร้านได้คัดสรรมาสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ โดยราคาจะสูงกว่าผ้า TK ชนิดอื่นๆเล็กน้อย แต่คุณภาพที่ได้รับกลับมา คือ เนื้อผ้ามีความนิ่ม ให้สัมผัสที่ดี และไม่หยาบกระด้าง

 

  • TC
    • ผ้า TC สำหรับนำไปผลิตเสื้อโปโล หรือ ผ้าผสมระหว่าง Cotton 35% (ผ้าฝ้าย) และ Polyester 65% (ผ้าใยสังเคราะห์)
      เป็นเนื้อผ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในการทำเสื้อโปโลของบริษัท เพื่อใช้ในสำนักงาน หรือใช้เพื่อออกนอกสถานที่ก็ได้ เนื่องจากส่วนผสมของผ้าฝ้ายที่เพิ่มเข้ามา และยังมีส่วนผสมของผ้าใยสังเคราะห์อยู่ จึงทำให้เสื้อที่ตัดด้วยผ้าชนิดนี้ มีความนุ่ม ยืดหยุ่น ให้สัมผัสที่ไม่หยาบแห้ง และระบายอากาศได้ดีกว่าเนื้อผ้า TK
    • ผ้า TC หน้าเรียบสำหรับทำเสื้อยืด ของทางร้านเรา จะใช้เนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติและให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกับผ้า Cotton โดยจะเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการลดต้นทุนการจัดทำเสื้อยืด แต่ยังได้รับคุณภาพที่ดีอยู่

 

  • DRY TECH
    • ผ้า DRY TECH คือ เป็นนวัตกรรมใหม่ของการทอผ้า ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันตัวเนื้อผ้ามีส่วนผสมระหว่าง Cotton และ Micro Fiber Polyester ที่ทำให้เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นสูง เมื่อสวมใส่จะรู้สึกสบายตัว เนื้อผ้าดูดซับน้ำและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ข้อด้อยของผ้าชนิดนี้คือ ค่อนข้างยับง่าย แต่ก็สามารถรีดได้ง่ายเช่นกัน

 

  • ผ้า Micro
    • ผ้า Micro หรือ ผ้า Microfiber เป็นผ้าใยสังเคราะห์ Polyester ที่มีเส้นใยขนาดเล็ก มีการเพิ่มช่องว่างในเส้นใยผ้า ทำให้เนื้อผ้าเรียบเนียน มีสัมผัสนุ่ม น้ำหนักเบา ระบายอากาศและความชื้นได้ดี ยับยาก แต่ไม่ค่อยซับเหงื่อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะต่อการทำเสื้อกีฬาต่างๆ

 

 

  • COTTON
    • เนื้อผ้า Cotton หรือ ผ้าฝ้าย เป็นเนื้อผ้ามีความนุ่มและเบา ตัวเนื้อผ้าจะให้สัมผัสที่เรียบเนียน การดูดซับน้ำและระบายอากาศสามารถทำได้เป็นอย่างดี แต่จะมีจุดอ่อนในเรื่องของสีตก และ การหดย้วย เมื่อทำการซักบ่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกของเนื้อผ้า Cotton แท้ ซึ่งผ้าชนิดนี้จะนำมาทำเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อโปโลก็ได้

 

ในส่วนของเนื้อผ้า Cotton จะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • แบ่งตามคุณภาพของการสางเส้นใย
    • OE
      • คือเนื้อผ้าระดับแรก ที่มีราคาถูกที่สุด เป็นผ้าฝ้ายที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพและสางเส้นใย จึงทำให้เนื้อผ้ามีความกระด้างเล็กน้อย
    • Semi
      • คือเนื้อผ้าระดับกลาง ที่ได้รับความนิยมมากสุดในท้องตลาด ตัวเนื้อผ้ามีการสางตัวใยผ้า เพื่อให้เป็นเส้นใยสั้น ที่ทำให้เนื้อผ้านุ่มขึ้น ไม่หยาบกระด้าง และมีราคาที่ไม่แพงมากนัก
    • Comb
    • คือเนื้อผ้าระดับสูง เป็นเนื้อผ้าที่เส้นใยมีความยาวพิเศษ มีการคัดคุณภาพ และสางเส้นใย
      • โดยใช้เครื่องจักรเฉพาะ สามารถขจัดสิ่งสกปรกในตัวเส้นใยออกได้หมด ทำให้เนื้อผ้ามีความนุ่มฟู สวมใส่สบาย แต่เนื้อผ้าชนิดนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าผ้าชนิดอื่น

 

  • แบ่งตามขนาดของเส้นด้าย
    • เบอร์ 20
      • ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายเบอร์ 20 จะมีความหนามากกว่าเส้นด้ายเบอร์อื่น เหมาะแก่การนำมาทำเสื้อที่ต้องการความทนทาน หรือใส่เพื่อปฎิบัติงานในสถานที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น เนื่องจากผ้าค่อนข้างมีความหนาจึงนิยมนำมาทำเสื้อแขนยาวเสื้อกันหนาว
    • เบอร์ 32
      • ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายเบอร์ 32 เป็นผ้าที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเส้นด้ายที่มีความหนาอยู่ในระดับปานกลาง และมีราคาที่ไม่สูงมาก เหมาะแก่การนำมาทำเสื้อเพื่อใส่ในสภาวะอากาศที่มีความหลากหลาย เป็นเนื้อผ้าที่นิยามนำมาทำสำหรับกรุ๊ปกิจกรรม หรือทำแจก
    • เบอร์ 40
      • ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายเบอร์ 40 ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่มีขนาดเล็กที่สุด ทำให้ได้ผ้าที่มีความบาง น้ำหนักเบา ระบายอากาศและความชื้นได้ดี ส่วนใหญ่ผ้าชนิดนี้จะนำไปทำเสื้อผ้าของเด็ก

 

 

  • ผ้าคอมทวิวล์
    • เป็นเนื้อผ้าที่ประกอบด้วยผ้า ใยสังเคราะห์ (Polyester) และ ผ้าใยธรรมชาติ (Cotton) เนื้อผ้ามีความหนา ใช้เส้นด้ายขนาดเล็กจึงทำให้เนื้อผ้าละเอียดและสปริงตัวได้ดี วิธีการทำผ้าชนิดนี้จะใช้การเผาขนก่อนทอจึงทำให้ผ้ามีความเงากว่าปกติ ส่วนใหญ่ผ้าชนิดนี้ นิยมนำมาตัดชุดยูนิฟอร์ม ชุดช่าง เสื้อช็อป และกางเกง แต่จะมีจุดด้อย คือ เมื่อใช้ไปนานๆ สีจะซีดลงบ้าง และเกิดเม็ดขุ่ยของผ้าขึ้นมาเล็กน้อย
  • ผ้าโอร่อน
    • เป็นเนื้อผ้าที่มีลวดลายสวยงาม สีสันสดใส เน้นการตัดกันระหว่างสีเข้มกับสีอ่อน
      แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่

      • เนื้อผ้าหนา เหมาะแก่การนำมาตัดชุดยูนิฟอร์ม เสื้อช็อป
      • เนื้อผ้าบาง เหมาะแก่การนำมาตัดเสื้อเชิ้ต

 

ลายผ้าของผ้ายืดชนิดต่างๆ

  • ลายผ้ายืดสำหรับเสื้อโปโลและเสื้อยืดคอกลม
    • ลายหน้าเรียบ
    • ลายจูติ (Juti)
    • ลายลาคลอส (Lacoste)
    • ลายเมล็ดข้าวสาร
  • ลายผ้า Micro สำหรับเสื้อกีฬา
    • ลายจูติ
    • ลายหน้าเรียบ
    • IB
    • ดาวกระจาย
    • เม็ดข้าวสาร

เรื่องการพิมพ์ และ ปัก

  • พิมพ์
    • การพิมพ์สียาง
      • การพิมพ์สียางเป็นการพิมพ์แป้งพิมพ์ชนิด waterbase  ลงไปบนผ้าซึ่งสียางสามารถพิมพ์ลงไปบนผ้าได้เกือบทุกเส้นใยขึ้นอยู่กับชนิดของสียางที่ผลิตมาจากโรงงานผู้ผลิตซึ่งสียางสามารถพิมพ์ลงไปบนผ้าได้เกือบทุกชนิด ข้อเสียคือทำสีที่พิมพ์ลงไปมีความแข็ง และจะมีปัญหาทำให้ดึงแล้วแตกหลังจากพิมพ์เสร็จแล้วและจะมีปัญหาในกรณีที่ทิ้งไว้นานๆแล้วสีจะกรอบ
    • การพิมพ์พลาสติกซอล (
      • การพิมพ์สีพลาสติซอลเป็นสีพิมพ์ที่มีส่วนผสมของ PVC และสารเคมีพวกPLASTIZISER ซึ่งเป็นสาเหตุของสารก่อเกิดมะเร็งซึ่งในเสื้อผ้าที่เป็นยี่ห้อแบรนด์เนมที่ขายให้กับประเทศแถบยุโรปและประเทศอเมริกาจะห้ามพิมพ์สีพิมพ์พลาสติกซอล ซึ่งในปัจจุบันในสินค้าแบรนด์ส่วนใหญ่จะให้พิมพ์สียาง
    • การพิมพ์แบบทราสเฟอร์ (Transfer)
      • คือ การทำให้สีติดโดยใช้การแลกเปลี่ยนความร้อน แต่ที่นิยมในไทยจะเป็นการพิมพ์ลงกระดาษที่มีกาวเคลือบไว้ด้านหลัง ก่อนจะนำไปรีดต้องแกะด้านกาวออกก่อนเหมือนแกะสติกเกอร์ และเมื่อโดนความร้อนจากเครื่องรีด กระดาษนั้นจะติดกับเสื้อนั่นเอง เหมือนกับเฟล็กติดเสื้อฟุตบอล
      • เป็นแบบการพิมพ์สีพิมพ์ลงไปบนกระดาษหรือลงไปบนแผ่นฟิล์มแล้วก็จะมีการพิมพ์กาวทับลงไปบนสีพิมพ์เพื่อที่จะได้มีการยึดเกาะลงไปบนผ้าได้
    • การพิมพ์แบบ Sublimation
      • โดยลักษณะงานพิมพ์จะมีความคมชัดสูง มีสีสันสดใสคงทน สามารถพิมพ์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนสีที่ใช้ โดยการพิมพ์ระบบนี้นั้นสามารถพิมพ์ลายลงบน ผ้าชนิดต่างที่มีส่วนผสมของ Polyester หรือ วัสดุอื่นๆที่มีการเคลือบผิวด้วย Polymer เช่นผ้า TK หรือ TC ที่มีส่วนผสมของ Polyester จึงทำให้สีนั้นติดทนนาน
  • การปัก
    • ปักหน้าอก
      • การปักหน้าอกถือว่าเป็นการปักที่นิยมที่สุดเพราะถือว่าเป็นจุดนึงที่เห็นได้ชัดเจน หากว่าลูกค้ามีลวดลายหลายสีทางร้านแนะนำให้ทำการปักจะลดต้นทุนของการสกรีนลงได้เยอะขึ้น แต่หากว่าลูกค้ามีงบจำกัด แล้วโลโก้หรือลายที่ต้องการเพียงแค่สีเดียวอาจจะเลือกใช้บริการของการสกรีนจะลดต้นทุนได้มากกว่า แต่หากว่าตัวโลโก้ของลูกค้ามีตัวหนังสือเล็กเยอะการปักก็อาจจะเป็นปัญหาเช่นกัน ในเรื่องของความคมชัด
    • ปักแขน
      • เนื่องจากการลูกค้าที่ต้องการเพิ่มดีเทลเช่น เว็ปไซด์ของบริษัท หรือ ความสวยงามอื่นๆ การปักแขนก็ถือว่าเป็นอีกจุดนึงที่ลูกค้าเลือกนำมาเพื่อใช้ในงานปัก แต่เนื่องด้วยพื้นที่ๆมีอยู่จำกัดจึงทำให้ไม่สามารถเพิ่มลวดลายบนแขนได้มักนัก
    • ปักหลัง
      • การปักหลังส่วนใหญ่คือการเน้นให้เห็นถึงข้อมูลดีเทล ขนาดของการปักหลังขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการขนาดใหญ่เล็กเท่าไร หากว่าขนาดใหญ่มากอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง จึงแนะนำให้ลูกค้าสกรีนจะได้ราคาที่ดีกว่าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนสีเช่นกัน

 

*ปัก หรือ สกรีน ดีกว่ากัน *

–  ขนาดโลโก้ใหญ่ หลายสี ทางร้านขอแนะนำให้ลูกค้าปักจะได้ราคาที่ดีกว่า

–  ขนาดโลโก้ใหญ่ สีเดียว ทางร้านขอแนะนำให้ลูกค้าทำการสกรีน ราคาดีกว่า

– งานสกรีนจะเหมาะกับการสกรีนลงบนเสื้อยืดมากกว่าเสื้อโปโล

– งานปักมักจะได้รับความนิยมในการทำเสื้อโปโลมากกว่า

เว็ปไซด์อ้างอิง

สกรีน

ลายผ้า